คนโยนกลอง

posted on 15 Jan 2010 13:14 by hatepink

คนโยนกลอง 

ณ นครมารีย์ที่ตั้งอยู่บนดินแดนโพ้นเป็นนครแห่งความสงบสุข มีพระราชาปกครองบ้านเมืองอันเล็กๆแห่งนี้ อันทีจริงเขาก็เป็นบุคคลธรรมดาๆทั่วไปนี่แหละ เพียงแต่ทุกคนเห็นแววในการเป็นผู้นำของเขา จึงผลักดันให้เขาได้กลายเป็นผู้ดูแลบ้านเมือง ต่อมาทุกคนจึงเรียกคนๆนี้ว่า "พระราชา"

ในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี นครมารีย์จะมีเทศกาลแห่งความรื่นรมย์ แต่เมื่อ 2 ปีก่อนต้องเว้นจากการจัดไปเพราะงบประมาณไม่เพียงพอและเพื่อนต่างเมืองที่จะได้รับเชิญนั้นเกิดติดธุระขึ้นกลางคัน มาปีนี้พระราชาจึงหมายมั่นว่าต้องจัดเทศกาลแห่งนี้ให้ได้ เพราะเป็นเทศกาลแห่งความ "รื่นรมย์" ที่ทุกคน ทั้งคนจัดงานและผู้เข้าร่วมงานจะได้ทำงานอย่างมี "ความสุข"

โดยปีนี้สิ่งที่พระราชาตั้งใจจะให้เป็นกิจกรรมหลักของงาน คือ การโชว์กลองที่ท่านเพิ่งได้รับมาจากเมืองข้างเคียงในฐานะนักปกครองดีเด่น กลองนี้มีลักษณะทรงกระบอก สีเหลืองตัดแดง ด้านหนึ่งเป็นเสียงสูง ด้านหนึ่งเป็นเสียงต่ำ แต่เนื่องด้วยสีเหลืองของกลองอันนี้ทำจากทองคำ จึงทำให้กลองมีน้ำหนักมาก ต้องใช้จนอย่างน้อย 2 คนในการถือจึงจะถือว่าทั้ง 2 คนสามารถถือได้อย่างไม่ฝืนสังขารของตนเอง

พระราชาจึงเรียกประชุมคนทั้งหมู่บ้านว่าใครอยากจะช่วยถือกลอง ให้จับคู่แล้วมาแสดงตัวแก่เขาเมื่อเสร็จสิ้นเทศกาลนี้จะได้รับค่าตอบแทนอย่างงดงาม ชายชราผู้หนึ่งที่หลงในเงินรางวัลโดยไม่ได้พิจารณาถึงสังขารว่าเมื่อถึงวันงานตนจะสามารถถือได้หรือไม่่ เขาได้คว้าตัวชายหนุ่มคนหนึ่งที่บังเอิญนั่งอยู่ข้างเขา แล้วรีบวิ่งไปหาพระราชา ชายหนุ่มในตอนแรกก็ต่อว่าชายชราว่าจะไปช่วยเขาทำไม ตนเองสังขารก็ไม่ได้ดี ชายหนุ่งก็มีเพียงคนเดีัยวเท่านั้น จะไปถือกลองที่ทำจากทองคำไหวได้อย่างไน แต่ชายชราไม่สนใจ เขายังคงยืนกรานว่าเขาจะช่วยพระราชาถือกลองแสดง ชายหนุ่งก็ได้แต่ถอนใจแล้วก็ต้องปล่อยให้เรื่องเลยตามเลย

เมื่อใกล้ถึงวันงาน ชายชราจีงเริ่มวิตกกังวลเกี่ยวกับสังขารของตนเอง เขารีบวิ่งมาที่บ้านของชายหนุ่งเพื่อบอกว่าเขาคิดว่าเขาคงไม่สามารช่วยพระราชาถือกลองได้อีกแล้วเพราะเขาเองก็อายุมากแล้ว ทำอะไรก็คงไม่ไหว ชายหนุ่มไม่พอใจชายชรามาก เพราะตนตระหนักดีอยู่แล้วว่าชายชราคงไม่สามารถถือกลองไว้ แต่ก็ยังดื้อด้านจะรับงานมา แต่เนื่องด้วยมันใกล้วันงานมากแล้ว ชายหนุุ่มจึงไม่สามารถถอนตัวจากการถือกลองทองคำนี้ได้ ชายชราสัญญากับชายหนุ่งเอาเป็นอย่างดีว่าจะหาคนมาช่วยชายหนุ่มถือกลองอย่างแน่นอน

ตกเย็นคืนนั้น ชายหนุ่มได้ยืนเสียงเคาะประตูจากหน้าบ้านของตน เมื่อเขาไปเปิดดูก็เห็นหญิงสาวร่างเล็กคนหนึ่งกำลังแสดงท่าทางโอดครวญ เธอกล่าวเสียงสั่นว่าชายชรามาขอให้่เธอช่วยชายหนุ่มถือกลอง เขาอ้างว่าเห็นเธอเคยนั่งเย็บปักถักร้อย น่าจะมีแรงพอช่วยชายหนุ่มถือกลองได่้ เธอเองก็ไม่รู้จะปฎิเสธอย่างไรเพราะครั้งหนึ่งเธอเคยไปขอให้ชายชราช่วยสอนเธอเย็บเสื้อคลุมแล้วเขาก็รับปากจะสอนจนเธอสามารถเย็บเสื้อคลุมได้อย่างน่า "อัศจรรย์ใจ"

ชายหนุ่มถึงกับอึ้งเมื่อเขาได้ยินเธอพูดเช่นนั้น พลางคิดในใจว่าทำไมชายชราต้องไปรบกวนคนอื่นด้วย ในเมื่อมันเป็นงานที่ชายชรารับปากว่าจะช่วยพระราชาแท้ๆ แต่นี่กลับเอางานที่ตนรับมาไปให้คนอื่นทำต่อเพราะตัวเองทำไม่ได้

แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้กล่าวอะไรไป เขาเพียงบอกเธอว่าเดี๋ยวค่อยคุยกัน

ตกดึกคนนั้น ชายหนุ่มเครียดมากเพราะเขาเองก็ตระหนักว่าลำเพียงเพียงชายหนุ่งอ่อนแรงอย่างเขากับหญิงบอบบางคนหนึ่งคงไม่สามารถถือกลองทองคำได้ แม้พระราชาจะบอกว่า 2 คนก็สามารถถือได้ไหวแต่การถือกลองยืนตดต่อกัน 5 วัน 4 คืนไม่ใช่เรื่องที่สนุกเลยสำหรับเขา แต่ชายหนุ่มก็ไม่คิดจะไปต่อว่าชายชราหรอกเพราะเขาก็รู้ดีว่าชายชราอายุมากแล้ว ไปคุยยังไงงานนี้เขาก็ยังคงต้องทำอยู่ดีชายหนุ่มจึงได้แต่คิด

คิด

คิด

และ...คิด

แล้วสุดท้ายท่ามกลางช่วงอารมณ์แห่ความวิตกกังวลนั้น ชายหนุ่มตัดสินใจแล้วว่าเขาและหญิงสาวคงไม่สามารถ ทำงานนี้ได้อีกต่อไป แต่ถ้ายังมีชีวิตอยู๋...เขาก็ยังต้องทำมัน

เขาไม่รอช้า รีบเดินไปเลื่อนเก้าอี้มาวางไว้ หาเชือกฟางภายในบ้าน

จากนั้นเขาจึงลงมือผูกเชือกฟางไว้ที่คานบนบ้าน เขาค่อยๆเดินขึ้นไป เอาเชือกฟางมาผูกไว้ที่คอของตน

เขาทำเช่นนี้เพราะเขาต้องการให้ชายชราสำนึกว่าการกระทำของเขาเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยให้และถ้าชายชรายังคงไป่ทำเช่นนี้กับคนอื่นๆอีก เขาอาจจะต้องพบกับจุดจบแบบเดียวกัน

ชายหนุ่มนับ 1 2 3 แล้วดันเก้าอี้ออกไปจากขา เชือกฟางที่แต่เดินคล้องคอไว้หลอม ค่อยๆดีงรัดลำคอของเขา

...

Comment

Comment:

Tweet

เรื่องจบยังคะ embarrassed

#2 By THEBEE on 2010-01-30 14:13

PinG~ อื้มมมมม big smile

#1 By Pl@y-M@Te on 2010-01-15 20:12