การเรียนเทอมนี้

posted on 05 Nov 2010 22:42 by hatepink
ภาคการศึกษาปลาย ปีการศึกษา 2553
 
Photobucket
 
 
 
เพิ่งได้บทสรุปไปเมื่อเร็วๆนี้เองครับ เพราะวิชานึงมีปัีญหาว่าจะโดนปิด (ไว้จะเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไป)
 
เทอมนี้ลงทะเบียนไป 6 ตัว 18 หน่วยกิต (เพิ่มวิชาบังคับคณะมา 1 ตัว) เป็นวิชาบังคับเอก 2, วิชาเลือกเอก 1,
วิชาบังคับคณะ 1, วิชาโท 1 และวิชาเลือกเสรี 1 ครับ
 
ขอบอกเลยว่าเทอมนี้เป็นเทอมที่ดีจริงๆ แต่ละวิชาเจอแต่อาจารย์เจ๋งๆทั้งนั้น (เฉพาะการสอนนะครับ การให้คะแนนเป็นอีกเรื่องนึง) ประทับใจอาจารย์ทุกคนมากๆ (*สมัคร FC :) )
 
1. Thai Professial Writing - การเขียนภาษาไทยเพื่อวิชาชีพ โดย อ.ดร.อนันต์ เหล่าเลิศวรกุล

วิชานี้เป็นวิชาเลขาครับ ผมคิดว่าเขากลัวว่านิสิตอักษรจะไม่มีงานทำหลังจากจบ เลยให้วิชานี้เป็นวิชาบังคับคณะ (วิชาที่ทุกคนต้องเรียน) หัวข้อในการเรียนก็ฝึกการเขียนที่เขาคิดว่านิสิตอักษรจะได้ใช้เมื่อจบไป จึงได้ัชื่อว่าการเขียนภาษาไทย "เพื่อวิชาชีพ ได้แก่ การเรียบเรีียงข้อมูล, การสรุปความ, การเขียนหนังสือราชการ, การเขียนจดหมายธุรกิจ, การเขียนโครงการ, การเขียนรายงานการประชุม, การเขียนสารคดี, การเขียนบทความแสดงความคิดเห็นและการเขียนเพื่อประชาสัมพันธ์
 
ผมเลือกเรียนกับอ.อนันต์ อาจารย์ที่ทุกคนเลื่องลือว่าเป็นคนที่สอนภาษาไทยได้ดีในด้านการใช้ (ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมอยากเรียนมากที่สุดแล้วเกี่ยวกับภาษาไทย) พอได้เรียนก็ไม่ผิดหวังจริงๆครับ อาจารย์ไม่เพียงแต่สอนหลักการการเขียนแบบต่างๆเท่านั้น อาจารย์ยังสอนการใช้ภาษาไทยระหว่างที่ทำแบบฝึกหัดเหล่านี้ไปด้วย ประทับใจจริงๆ เป๊ะมากมาย (แม้บรรยากาศในห้องจะมาุคุในบางโอกาสไปบ้างก็เถอะ และผมเองบางครั้งก็เหนื่อยใจกับวิธีการมองโลกของเขาต่อเด็กจุฬาฯที่ลบมากๆ)
 
2. Reading and Analysis for the study of English Literature - การอ่านวิเคราะห์เพื่อการศึกษาวรรณกรรมภาษาอังกฤษขั้นต้น โดย อ.ภัคพรรณ ทิพยมนตรี
 
วิชานี้เป็นวิชาที่ต่อจา่กวิชา INTRO STUD ENG LIT ที่ผมเรียนไปตั้งแต่ปี 2 เทอม 1 (เมื่อนานมากแล้ว)
 
เทอมนี้่วิชาโทภา่ษาอังกฤษมาลงเอยที่ตัวนี้ เพราะตัวอื่นๆสายภาษาหรือสายทักษะลงไม่ได้ ที่ลงได้่ก็จะเป็นวรรณคดีตัวเต็มที่ต้องอ่านมากมายมหาศาล ผมยังไม่ีพร้อมจะเรียนอะไรอย่างนั้น เลยต้องมาลงเอยตัวนี้ที่เป็นวิชาของปี 2 จริงๆตอนแรกลงไปเพราะคิดว่ามันน่าจะสาหัสสากันน้อยที่สุดแล้ว คือ อ่านนิยายเล่มเดียว ที่เหลือก็จะเป็นพวกกลอนกับเรื่องสั้น ปนๆกันไป แต่ปีนี้กลับกลายเป็นว่าต้องอ่านนิยาย 2 เล่ม 1  ในนั้นคืองานของ J. M. Coetzee, Waiting for the Barbarians ที่เขาว่าอ่านแสนยาก Tongue out อีกเ้ล่มยังไม่ประกาศ นอกจากนั้นก็ยังมีบทละครอีก 2 เรื่องและกลอน เรื่องสั้นๆต่างๆที่อยู่ระหว่างทางอีกมากมาย
 
ที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นเกี่ยวกับวิชานี้คือ ผมเลือกเรียนกับอ.ภัคพรรณ อาจารย์ผู้เป็นเจ้าของฉายา She's from Yale, sending us to hell. ท่านเป็นอาจารย์ที่พลังแรงมาก จบปริญญาตรีจากมหา่วิทยาลัย Yale และชื่อเสียงของอาจารย์ก็ไม่แพ้ไปกว่าคนแรกเลย อาจารย์เตรียมการสอนมาดีมาก มีความรู้เยอะอีกต่างหาก อยากเรียนกับอาจารย์มาตั้งแต่ตัวแรกแล้ว แต่ไม่มีโอกาส รอบนี้เลือกอาจารย์ได้ผมเลยตัดสินใจ "ลองของ" ไปเลย แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆครับ ไม่ลองไม่รู้ :)
 
3. Man and Religion - มนุษย์กับศาสนา โดย รศ.ดร.สุวรรณา สถาอานันท์
 
ที่จริงแล้ววิชานี้เป็นวิชาบังคับเลือกสมัยปี 1 ผมเลือกปรัชญาทั่วไปเพราะตอนนั้นเข้าใจว่าวิชานี้จะสอนแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับศาสนาต่างๆ คิดว่าน่าเบื่อ เลยไม่ได้เรียนไปตอนนั้น แต่แล้วผมก็เกิดสนใจปรัชญาสาขาปรัชญาศาสนา (Philosophy of Religion) ขึ้นมา ผมเองไม่เคยเรียน approach แบบนี้มาก่อน เลยลองไปปรึกษาอ.สุวรรณา เพราะท่านสอนวิชาปรัชญา่ศาสนา แต่เป็นวิชาของปริญญาโท ท่านให้คำแนะนำว่าให้ผมลองเรียนวิชานี้ดูก่อน เพื่อให้ผมเชคความเข้าใจว่า approach นี้เป็น approach ที่สนใจจริงๆหรือไม่ แล้วถ้าสนใจจริงๆปีหน้าค่อยว่ากันว่าจะทำอย่้างไรกับวิชาปริญญาโทนั้น ผมก็เลยมาเรียนตัวนี้ซึ่งต้องเรียนร่วมกันน้องปี 1 (ตัวภาษาอังกฤษที่เรียนกับปี 2 ว่าเกร็งแล้ว ตัวนี้หนักกว่าเพราะไม่รู้จักน้องคนไหนในห้องเลย)
 
วิชานี้่เนื้อหาแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยอิงตามหนังสือประกอบการเรียนดังนี้
ส่วนที่ 1: ปริทัศน์ปรากฏการณ์เกี่ยวกับศาสนาต่างๆ ทั้งพุทธ คริสต์ อิสลาม แต่จะเน้นอิสลามน้อยเพราะอาจารย์ผู้สอน (อ.สุวรรณานั่นแหละครับ) ไม่มีความเชี่ยวชาญ โดยเนื้อหาอ้างอิงจากหนังสือ มนุษย์กับศาสนา ของอ.สมภารและอ.ปรีชา
 
ส่วนที่ 2: วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นทางศีลธรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ส่วนนี้จะเน้นไปทางการวิจารณ์สิ่งที่ศาสนาสอน เช่น เรื่องการอ้างความจริงสูงสุดที่ทุกศาสนาอ้างเหมือนกันว่ามีสิ่งที่เรียกว่าความจริงสูงสุดอยู่ แต่ทำไมแต่ละศาสนาถึงพูดประเด็นนี้แตกต่างกัน? หรือจะเป็นเรื่องความยุติธรรมในศาสนา เช่น การเกิดขึ้นมาของ concept เรื่องนรก เป็นสิ่งที่มีความยุติธรรมหรือไม่ ในนรกมีความยุติธรรมหรือไม่? และที่สำคัญเรื่องการมีอยู่ของพระเจ้าก็จะมีพูดถึงในช่วงครึ่งหลังเช่นกัน (จริงๆแล้วยังมีประเด็นอื่นๆอีกครับ แต่นำมาใส่ไว้ไม่หมด)
 
4. Theravada Buddhist Philosophy - พุทธปรัชญาเถรวาท โดย ศ.ดร.สมภาร พรมทา
 
วิชาเจ้าปัญหาประัจำเทอมนี้ครับ ว่าจะทำให้มันเปิดได้นี่เล่นทำผมปวดหัวไปหมด ถึงขั้นต้องไปคุยกับรองคณบดีฝ่ายวิชาการเลยทีเดียว...
 
ตัวนี้เป็นวิชาบังคับเอกครับ ลงเพราะต้องลง ไม่ได้สนใจปรัชญาสายตะวันออกเท่าไรนัก (จริงๆบอกว่าไม่สนใจเลยก็ได้ 55) วิชานี้เรียนแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับปรัชญา่พุทธศาสนาสายเถรวาท เริ่มตั้งแต่ไตรสิกขา (ศีล,สมาธิ,ปัญญา), อริยสัจ 4 (ทุกข์และการดับทุกข์), กรรมและสังสารวัฏฏ์, นิพพานและไตรลักษณ์ (อนิจจัง, ทุกขังและอนัตตา)
 
ใครสนใจแวะมาเยี่ยมผมได้ทุกวันจันทร์ 13-16 ห้อง 313 อาคารบรมราชกุมารีนะครับ เรียนคนเดียวมันเหงา
 
5.  Ethics - จริยศาสตร์ โดย ผศ.ดร.สุภัควดี อมาตยกุล
 
ตัวนี้เป็นวิชาบังคับอีกตัวครับ เรียนจริยศาสตร์ซึ่งก็คือศาสตร์ที่หาว่าเราจะเอาอะไรวัดว่าการกระทำหนึ่งๆเป็นการกระทำที่ถูกหรือผิด (ฟังดู absurd มั้ยครับ) คุณค่าที่เราใช้ือยู่ ณ ปัจจุบันในการตัดสินนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องจริงๆหรือ เป็นต้น ช่วงต้นของคอร์สผมก็จะเรียนเกี่ยวกับทฤษฎีจริยศาสตร์ต่างๆ เริิ่มตั้งแต่สัมพัทธนิยม(ถูกผิดขึ้นอยู่กับสังคม), อัตนิยม(มนุษย์ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง), ประโยชน์นิยม(การกระทำที่ถูกคือการกระทำที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับคนหมู่มาก-ทฤษฎีนี้นั่งนับจำนวนคนจริงๆเลยนะครับ), ลัทธิของค้านท์(ถูกผิดต้องดูทึีเจตนาของผู้กระทำ), จริยศาสตร์คุณธรรม(ถูกผิดเป็นเรื่องรายบุคคล) และจริยศาสตร์สตรีนิยม (เรียนสตรีนิยมอีกแล้ว แต่ก็๋ว่าไม่ได้แหละเพราะคนสอน) ช่วงครึ่งหลังจะเป็นกรณีศึกษา่เกี่ยวกับประเด็นทางจริยศาสตร์ คือ การการุณยฆาต, มนุษย์กับโลกธรรมชาติ, stemcell, จริยธรรมของสื่อ(สื่อมักอ้างว่าที่พวกเขาต้องเสนอข่าวทุกอย่างเพราะเป็นสิทธิในการรับรู้ของเรา-สิทธิในการรับรู้ของเรามีขอบเขตแค่ไหน) และจบด้วยโทษประหารชีวิต แต่ผมเพิ่งเสนอประเด็นเรื่องการฆ่าตัวตายเพิ่มไป ตอนนี้ก็รอการพิจารณาอยู่ว่าอาจารย์จะโอเคหรือไม่

6. Special Topics in Ethics : Justice - การศึกษาเฉพาะเรื่องทางจริยศาสตร์: ความยุติธรรม โดย อ.ดร.เกษม เพ็ญภินันท์
 
รายละเอียดวิชานี้ยังไม่ค่อยรู้เท่าไรครับ เพราะไปไม่ทันตอนที่เขาแนะนำรายวิชา  แต่อาจารย์ก็เคยได้บอกไว้ว่าวิชานีี้จะเป็นไปตามนี้
 
ส่วนแรก : ศึกษาแนวคิดหลักๆและปัญหาจากเพลโตถึง Rawls
ส่วนที่สอง : ปัญหา normativity ของ justice อ่าน Habermas and his circle เป็นหลัก
ส่วนสุดท้าย : ข้อเสนอใหม่ๆ เช่น poetic justice, transitional justice และ idea of justice หนังสือเล่มล่าสุดของอมาตยา เซน
 
อาทิตย์ที่เพิ่งเรียนไป ก็เริ่มด้วยการดูคำนิยามต่างๆเกี่ยวกับความยุติธรรมใน Plato, The Republic (book I) ว่านิยามของความยุติธรรมเหล่านั้นมีปัญหาหรือข้อจำกัดอะไรบ้าง
 
ลงกับอ.เิกษมอีกแล้วครับ ติดใจเขาจริงๆ เนื้อหา่ี่ที่เขาเลือกเฟ้นมาสอนนั้นเจ๋งมากๆ ควรค่าแก่การเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง (แม้ว่าผมจะยังฟังเขาไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนเคยก็ตาม 55)
 
 
 
สุดท้ายนี้ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวงในสากลโลก องค์พระพิฆเนศวร ท่านสุนทรภู่และพระพุทธประทานพรฯ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3 ประจำโรงเรียนสาธิต ปทุมวัน ที่ผมเคารพ จงช่วยให้เทอมนี้ของผมเป็นเทอมที่ดีเทอญ สาธุ

Comment

Comment:

Tweet

แรงตรงที่มีลิ้งคฺ์ไปประวัติอาจารย์นี่แหละ 555+

#2 By ชุน on 2011-06-02 23:32

เห้อ วิชาปรัชญาหลายๆตัวดูคอรส์syllabusเเล้วมันก็น่าเรียนนะ เเต่เหนื่อยเกินกว่าจะไปฟาดฟันด้วยอีก เจอปรัชญาเพศไปตัวเดียวก้สิ้นเเรงไปเเล้ว (มนุษย์กับศาสนาน่าเรียนวะ เคยอ่านงานด้านนี้เหมือนกันเเต่ไม่ได้ลงลึกปรัชญาจ๋า เเค่ซอฟๆ)

#1 By Fernary (124.122.73.181) on 2010-11-06 20:24